cover

สถานที่เที่ยวฤดูใบไม้ร่วงยอดฮิต 10 อันดับ

สวัสดีค้าาาา อากาศที่ญี่ปุ่นตอนนี้กำลังแปรปรวนได้ที่เป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะมาถึงแล้ว

พูดถึงฤดูใบไม้ร่วงทั้งทีคงทราบกันใช่ไหมคะว่า ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นเป็นอีกฤดูท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวมากจริงๆเพราะนอกจากอากาศจะเย็นสบายแล้ว ยังได้เห็นใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงที่ดูยังไงก็โรแมนติกแบบบอกไม่ถูกเลยจริงๆ

เอาละค่ะ…มาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงที่จัดอันดับโดยH.I.S. Japanกันดีกว่า

1. ปราสาทเอจิเซน โอโนะ (จังหวัดฟุคุอิ หรือ “Fukui prefecture”)

ปราสาทที่ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางทะเลหมอก1

ปราสาทเอจิเซน โอโนะตั้งอยู่ที่ central Ono ในจังหวัดฟุคุอิ หรือ “Fukui prefecture”ได้ถือกำเนิดขึ้นหลังจากที่  Kanamori Nagachika ได้รับก้อนหินกว่า 30,000 ก้อนจาก Oda Nobunaga เพื่อนำไปสร้างปราสาทโดยใช้เวลากว่า 5 ปีจึงสร้างเสร็จ ในปีค.ศ.1775ปราสาทได้ถูกเผาทำลายและได้รับการบูรณะใหม่ในปีค.ศ.1968 จนเป็นปราสาทที่เราเห็นกันในปัจจุบันค่ะ

เนื่องจากปราสาทเอจิเซน โอโนะถูกโอบล้อมไปด้วยหุบเขา เวลาที่เกิดทะเลหมอกจะทำให้ปราสาทเหมือนลอยอยุ่บนก้อนเมฆจนเป็นที่มาของฉายา ปราสาทลอยฟ้าหรือ”Castle in the Sky”นั่นเองค่ะ

สำหรับคนที่อยากชมความมหัศจจรย์ของทะเลหมอกญี่ปุ่นสามารถมาเที่ยวได้ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนเมษายนเลยนะคะ แต่ถ้าสวยที่สุดจะเป็นเดือนพฤศจิกายนค่ะ

ขอแนะนำว่าถ้าขึ้นไปชมวิวจากปราสาทอินุยามะ เดินไปทางตะวันตกประมาณ 1กิโลเมตร จะได้เห็นวิวทะเลหมอกแบบจุใจแน่นอนค้าาาา

คนที่ไปแล้วแต่อดเห็นทะเลหมอกก็อย่าเพิ่งเสียใจไปนะคะ เพราะว่ากันว่าเป็นสถานที่ที่ไปแล้วทำให้นึกถึงบรรยากาศของเกียวโตเลยทีเดียว รับรองว่าประทับใจไม่แพ้กันแน่นอนค่ะ

การเดินทาง:

ขับรถประมาณ 50 นาทีจาก Hokuriku Expressway Fukui IC  หรือเดินประมาณ 30 นาทีจากสถานี  JR Echizen-Ono ถึงซากปรักหักพังส่วนฐานของปราสาท

จากฐานของปราสาทมีทางเดินให้เลือก 3 ทางเพื่อไปถึงจุดถ่ายภาพ ใช้เวลาเดิน 20-30นาทีค่ะ

 

2. อาราชิยามะและสะพานโทเก็ตสึเคียว, เกียวโต

สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล2

“เกียวโต”อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะภูเขาอาราชิ (อาราชิ-ยามะ)

สะพานข้ามแม่น้ำโออิ”โทเก็ตสึเคียว”หรือสะพานข้ามพระจันทร์มี ความยาวกว่า 155 เมตร  ถูกสร้างในสมัยจักรพรรดิคาเมยามะ  จักรพรรดิคาเมยามะทรงสังเกตุเห็นภาพสะท้อนของพระจันทร์เวลาเดินข้ามสะพานเลยเป็นที่มาของชื่อ สะพานข้ามพระจันทร์

ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ติดอันดับของอาราชิยามะ ที่รับรองว่านอกจากจะประทับใจไปกับบรรยากาศรอบๆแล้วยังได้รูปสวยๆกลับบ้านกันแน่นอนค่ะ

Access:

จากสถานี Arashiyama (Hankyu Arashiyama line) เดิน 7 นาที
จากสถานี Arashiyama (Keifuku Electric Railroad Arashiyama line) เดิน 4 นาที
จากสถานี Saga-Arashiyama station(JR San’in Main Line) เดิน 12 นาที

3. ดอกฮิกันบานะ(พลับพลึงแดง)หรือRed Spider Lilies สวนคินจาคุดะ, จังหวัดไซตามะ

ดอกฮิกันบานะผลิบานปกคลุมไปทั่วบริเวณจนเหมือนพรมแดง3
สวนคินจาคุดะ ห้อมล้อมด้วยแม่น้ำโคมะ อยู่ที่ฝั่งตะวันตกของเมืองฮิดากะในจังหวัดไซตามะ ในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ริมฝั่งแม่น้ำโคมะจะถูกปกคลุมไปด้วยสีแดงสดจากดอกฮิกันบานะมากมายกว่า 5 ล้านดอก

ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของทุกปีจะมีการจัดเทศกาลดอกฮิกันบานะทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมบรรยากาศของสวนนี้กันเป็นจำนวนมากค่ะ แถมเดินทางก็สะดวก ไกลจากโตเกียวแค่ 1 ชั่วโมงเองค้าาา

 

การเดินทาง:
จากสถานีKoma station (Seibu Ikebukuro line) เดิน 15 นาที
ขับรถประมาณ 40 นาทีจาก  Kan’etsudo Tsurugashima IC, via Route 407

เทศกาลดอกฮิกันบานะ “Red spider lily festival dates (2016)”:
เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ถึง วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม

4. ทะเลาสาบคาวากุจิ, จังหวัดยามานาชิ

บรรยากาศของฤดุใบไม้ร่วงบริเวณภูเขาไฟฟูจิ4
ทะเลสาบคาวากุจิ เป็นหนึ่งในห้าทะเลสาบบริเวณภูเขาไฟฟูจิ ในจังหวัดยามานาชิ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

นอกจากจะมีชื่อเสียงเพราะได้รับการลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลกที่เป็นส่วนหนึ่งของบริเวณรอบๆภูเชาไฟฟูจิแล้ว ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ยังมีเทศกาล”the Fuji Kawaguchiko Autumn Leaves Festival “ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

ที่สำคัญยังมี”อุโมงค์ต้นไม้”ยาวกว่า 150 เมตร สถานที่แห่งเดียวที่สามารถชมสีสันของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงไปพร้อมๆกับเห็นภูเขาไฟฟูจิ รับรองว่าทั้งโรแมนติกและสวยจนไม่อยากกลับบ้านกันแน่ๆค่ะ

 

5. หมู่บ้านโอคุฮิดะ ออนเซ็น, จังหวัดกิฟุ

ผ่อนคลายไปกับการแช่ออนเซ็นกลางแจ้งพร้อมชมวิวธรรมชาติ  5
หมู่บ้านน้ำพุร้อนโอคุฮิดะ หรือหมู่บ้านออนเซ็น อยู่ท่ามกลางภูเขาโนริคุราดาเตะ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเกี่่ยวกับออนเซ็นแบบกลางแจ้ง โดยมีออนเซ็นที่คนนิยมมาใช้บริการมากที่สุดด้วยกัน 5 แห่งคือ ฮิรายุ-ออนเซ็น ฟุคุจิ-ออนเซ็น ชินฮิรายุ-ออนเซ็น โทจิโอะ-ออนเซ็น และชินโฮทากะ-ออนเซ็น

น้ำแร่ออนเซ็นทั้ง 5 แห่งนี้มาจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ที่มาใช้บริการได้สัมผัสถึงความแตกต่างพร้อมกับชมวิวธรรมชาติของฤดูใบไม้ร่วงได้พร้อมๆกันค่ะ

นอกจากนี้ยังใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอื่นๆเช่น คามิโคจิ โนริคุระ ทาคายาม่า และหมู่บ้านมรดกโลก”ชิราคาวาโกะ” อีกด้วยนะค่ะ มาเที่ยวรอบเดียวก็สามารถเที่ยวที่อื่นต่อได้ด้วยคุ้มสุดๆไปเลย

เสียอย่างเดียวคือระบบขนส่งสาธารณะยังไม่ทั่วถึงทำให้การเดินทางแอบยุ่งยากไปนิดนึง แต่อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ555 เพราะจริงๆแล้วเค้ามีรถhighway bus ให้ขึ้นกันค้า แต่ถ้าจะให้สะดวกที่สุดคงหนีไม่พ้นเช่ารถกันนี่ละ

การเดินทาง:
รถบัส Nagano Expressway, Matsumoto IC ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

6.เทศกาล”อิรุมะ”โชว์การแสดงทางอากาศ ,จังหวัดไซตามะ

โชว์การแสดงทางอากาศด้วยเครื่องบินรบไอพ่น6
โชว์การแสดงทางอากาศของกองกำลังป้องกันประเทศอิรุมะ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน (วันวัฒนธรรมแห่งชาติ)

โชว์ของกองกำลังป้องกันประเทศอิรุมะเป็นการแสดงทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและไม่ไกลจากโตเกียวทำให้มีคนไปรอชมการแสดงมากกว่า 200,000 คนในทุกๆปี

บริเวณจัดแสดงเป็นสถานที่ที่อนุญาตให้เข้าเฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้นนะคะ ทุกคนที่มาดูการแสดงจะได้เห็นการแสดงต่างๆของเครื่องบินไอพ่นเป็นรูปหัวใจ ดาว และอื่นๆ โดยเฉพาะการแสดงเครื่องบินผาดโผนนี่ห้ามพลาดเลยนะขอบอก นอกจากนี้ยังมีโชว์กระโดดให้ชมกันอีกด้วย ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยน้า

 

การเดินทาง:
สถานี Inariyama-koen(Seibu Ikebukuro line) ถึงที่จัดแสดงโดยตรง-เปิดให้ใช้เฉพาะกิจเท่านั้นค่ะ หรือจากสถานี Sayama (Seibu Shinjuku line) เดินประมาณ 20 นาที

7. ชายฝั่งโฮโจ, จังหวัดจิบะ

ท้องฟ้าสีแดงเหลือบทองยามพระอาทติย์อัสดงที่ชายฝั่งโฮโจ 7
ชายฝั่งโฮโจ ชายฝั่งที่ยาวที่สุดของเมืองทาเตยามะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวญี่ปุ่นนิยมไปพักตากอากาศกันในช่วงฤดูร้อน

เนื่องจากคลื่นทะเลที่ค่อนข้างสงบเลยทำให้ทะเลชายฝั่งโฮโจถูกเรียกว่า ทะเลกระจก “Kagamigaura” หรือ”mirror inlet” ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ถ้าท้องฟ้าเป็นใจแล้วละก็ชายฝั่งโฮโจจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับชมภูเขาไฟฟูจิเด่นสง่าท่ามกลางท้องฟ้าสีแดงยามพระอาทิตย์อัสดงที่อ่าวทาเตยามะค่ะ ได้กดชัตเตอร์กันรัวๆแน่ๆนอน

การเดินทาง:                                                                              
ขับรถ 15 นาทีจาก Futtsu Tateyama road, Tomiura IC
จากสถานีJR Tateyama เดินประมาณ 5 นาที

8. สวนสวนฮิตาชิ ซีไซด์, จังหวัดอิบารากิ

หญ้าโคเคียที่ขึ้นปกคลุมทั่วเนินเขามิฮาราชิ8
สวนฮิตาชิ ซีไซด์ หรือ Hitachi Seaside Park เป็นอุทยานแห่งชาติในเมืองฮิตาจินากะ จังหวัดอิบารากิ ที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและต่างประเทศนิยมมาชมเทศกาลดอกไม้ต่างๆในแต่ละฤดูกาล

นอกจากจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงกันแล้ว ที่สวนนี้สามารถชมหญ้าโคเคียที่มีลักษณะเป็นก้อนกลมๆสีแดงดูนุ่มนิ่มน่ากอดมากๆขึ้นปกคลุมไปทั่วเนินเขามิฮาราชิด้วยนะคะ ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนก็มีทุ่งดอกเนโมฟีลาสีน้ำเงินครามให้ชมกันด้วยค่ะ

เทศกาลทุ่งหญ้าโคเคีย “Kochia Carnival 2016”:
เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 กันยายน ถึงวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม
พิเศษชมฟรี!ไม่ต้องเสียค่าเข้าในวันที่ 2 ตุลาคมและ 23 ตุลาคมเท่านั้น

การเดินทาง:
1 กิโลเมตรจาก Hitachinaka tollroad, Hitachi Seaside Park IC หรือ
นั่งรถบัสจากKatsuka station, JR Joban line ประมาณ  15 นาที

9. หุบเขาโยโกยะ , จังหวัดนากาโนะ

หลังจากที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีเสร็จแล้วสามารถผ่อนคลายไปกับการแช่ออนเซ็นได้ด้วย9
หุบเขาโยโกยะ อยู่ในหมู่บ้านโอคุตาเตะชินะ ออนเซ็น เมืองจิโนะ จังหวัดนากาโนะ

สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือน เป็นสถานที่ชมสีสันของฤดูใบไม้ร่วงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภูมิภาคตะวันออกของญีปุ่น

นอกจากนี้หุบเขาโยโกยะยังมีน้ำตก 4 แห่งให้ชมไปพร้อมๆกับชมใบไม้เปลี่ยนสี จากจุดชมวิวYokoya Onsen Kannon สามารถมองเห็นหมู่บ้านโอตาคิและวิวทิวทัศน์ของทิวเขาที่ไกลออกไปด้วยค่ะ หลังจากที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีเสร็จแล้วก็สามารถไปแช่ออนเซ็นต่อได้ด้วยนะ

การเดินทาง:
เดินทาง 45 นาทีจาก Chuo Expressway, Suwa IC
เดินทาง 30 นาทีจาก Chuo Expressway, Minami Suwa IC

10. สุมาตะเคียว สะพานแขวนแห่งความฝัน, จังหวัดชิซุโอกะ

สะพานแขวนแห่งความฝันข้ามทะเลสาบมรกต10“สุมาตะเคียว”สะพานแขวนแห่งความฝันข้ามทะเลสาบมรกตอยู่ในเมืองคาวาเนะ-ฮอนโจะ จังหวัดชิซุโอกะ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงสำหรับหรับชมวิวแม่น้ำโออิและแม่น้ำสุมาตะ

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่คนนิยมมาเที่ยวกันเยอะมากที่สุดเพราะสามารถเห็นใบไม้สีแดงตัดกับสีมรกตของทะเลสาบ แถมยังมีตำนานที่เล่าขานกันว่า สำหรับคนที่มาอธิษฐานเกี่ยวกับความรักบนสะพานแห่งความฝัน คำอธิษฐานจะเป็นจริงด้วยนะคะ!  รีบมาญี่ปุ่นกันดีกว่า อิอิ

*แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าชิลๆแล้วก็รองเท้าที่เดินสบายนะคะ เพราะทางเดินจากที่จอดรถไปถึงบริเวณสะพานแอบไกลนิดหน่อย(1.4กิโลเมตร)

การเดินทาง:
เดินประมาณ 20 นาทีจาก Sumatakyo parking
(ในฤดูท่องเที่ยวมีกฏห้ามเดินสวนกันบนสะพานทำให้เวลาเดินกลับไปยังลานจอดรถอาจใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง)

top2

ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ก็อย่าลืมแวะมาชมสถานที่ติดอันดับของH.I.S. Japanกันด้วยนะคะ แล้วคุณจะหลงรักญี่ปุ่นมากกว่าเดิมแน่นอน! แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าค้า บายบาย

tic-banner-blog111.png

copryrighttic_blog

Source from H.I.S. trend research.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s