e691a9e591a8e6b9961_e59bbde58685e5b1b1e69cace38195e38293e38288e3828a

10 สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติหน้าร้อนที่ญี่ปุ่นที่ต้องไปซักครั้งก่อนหนาว

10 สถานที่ท่องเที่ยว ถ้าถามเราๆก็ต้องเป็นแหล่งชอปปิ้ง ของกิน แต่ถ้าธรรมชาติ ก็ต้องฟูจิ แล้วถ้าถามคนญี่ปุ่นหล่ะ?!!!

ครั้งนี้ทาง เราได้รวบรวมข้อมูลจากการค้นหาข้อมูล แล้วรวมมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตหน้าร้อน ที่ถึงแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ความงดงามไม่แพ้ฤดูอื่นๆเลยทีเดียว

1.จังหวัด คาโกชิมา (Kagoshima Prefecture)

เกาะโยโรนจิม่า ชายหาดยูริเคะฮามะ <ชายหาดที่มีแค่ตอนน้ำลงเท่านั้น>

ชายหาดยูริเคะฮามะ อยู่บริเวณตะวันออกของเกาะ ในจ.คาโกชิมา หาดทรายสีขาวบริสุทธิ์แห่งนี้จะเห็นได้แค่ตอนที่เกิดปรากฏการณ์น้ำลงเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

ถ้าเกิดเราลองหยิบทรายขึ้นมาในมือ เราอาจจะเจอกับเม็ดทรายที่มีรูปร่างคล้ายดวงดาว เราเรียกว่า “โฮชิซึนะ” แล้วถ้านับได้จำนวนเท่ากับอายุของเราพอดี ว่ากันว่า เราจะเจอกับความสุขด้วย

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “ชายหาดที่ไม่ปรากฏตัวที่ไหนเลย เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติจริงๆ!”

วิธีการเดินทาง :

1) 40 นาที โดยเครื่องบินจาก เมืองนาฮะ โอกินาวะ

2) 1 ชั่วโมง 10 นาที โดยเครื่องบิน จาก คาโกชิมา

เรือ Glassboat จะให้บริการในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน โดยให้บริการในเส้นทาง ชายหาดโองาเนกุ ไป ชายหาดยูริเคะฮามะ

Photograph by: K.P.V.B

 

2. จังหวัดโอกินาวา (Okinawa Prefecture)

อ่าวคาบิระ เกาะอิชิงากิ <หนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุด>

อ่าวคาบิระ (Kabira Bay) เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของสถานที่ที่มีวิวสวยงาม ตั้งอยู่ในเมืองอิชิงากิ(Ishigaki) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ โดยใช้เวลาขับรถไป 40 นาที

ความสวยงามและวิวทิวทัศน์ที่น่าหลงใหล ทั้งยังมีหายทรายสีขาว และน้ำทะเลที่ใสจนเห็นพื้น   ถ้าหากนั่งเรือ glass boat ก็จะได้สนุกสนานกับการดูวิวทิวทัศน์ใต้ท้องทะเล ปะการังหลากสี และปลาเขตร้อน ถือว่าเป็นสถานที่ที่เป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “เป็นวิวที่งดงาม ยังกับภาพในโปสการ์ด”

วิธีการเดินทาง : 40 นาที โดยรถ จากตัวเมือง อิชิงากิ

 

 

3. จังหวัด ยามากุจิ (Yamaguchi Prefecture)

เกาะซึนะชิมา <ข้ามสะพานสู่ท้องทะเลสีมรกต>

เกาะซึนะชิมา (Tsunoshima) ตั้งอยู่ที่ เมืองชิโมโนเซกิ (Shimonoseki) จังหวัดยามากุจิ เกาะแห่งนี้มีประชากรแค่เพียง 900 คน ชายหาดทรายสีขาวกับทะเลสีมรกต ได้สะกดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนที่แห่งนี้ จากทั่วทั้งแถบชิโกกุและคันไซ

สะพานซึนะชิมา-โอฮาชิ (Tsunoshima Ohashi bridge) เปิดใช้เมื่อ เดือนพฤศจิการยน ปี2000 และมีความยาวทั้งหมด 1780 เมตร และไม่มีการเสียค่าผ่านทางด้วย

 

 

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “ทะเลสีมรกตสวยมากจนทำให้แทบจะไม่เชื่อเลยว่าเราอยู่ในญี่ปุ่น ในฮอนชู!”

วิธีการเดินทาง :  โดยรถไฟเจอาร์ สายซังอิน (JR San-in) ลงสถานีโคตโทริ (Kottoi Station) แล้วต่อรถบันสายสีฟ้า มุ่งหน้าไปยังเกาะซึนะชิมะ ใช้เวลาราวๆ 23 นาที

 

4. ฮอกไกโด (Hokkaido)

วิวยอดเขา โอโรฟุเระ <เพลิดเพลินไปกับทะเลหมอก2ชนิด!>

ยอดเขาโอโรฟุเระ (Orofure Pass) ตั้งอยู่ในเขตเมือง คารุรุ(Karuru) จังหวัดโนโบริเบทสึ(Noboribetsu) มีความสูงถึงยอดเขาที่ 930 เมตร ที่บนยอดเขา สามารถเห็นทะเลสาบโทยะ(Toya) และภูเขาโยเทอิ(Mt. Yotei) พร้อมกันได้ในเฟรมเดียว และยังสามารถชมทะเลหมอกทางฝั่งโนโบริเบทสึและฝั่งโซเบทสึ ได้อีกด้วย

ทะเลหมอกของทั้ง 2 ฝั่งนั้น มีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ช่วงที่เราจะเห็นทะเลหมอกจะพบได้ช่วงตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง เพราะฉะนั้นเราแนะนำให้มาช่วงตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ถึง ตุลาคม ถ้าหากโชคดีเราก็จะได้ดูพระอาทิตย์ขึ้น และท้องฟ้าพร่างดาวยามค่ำคืน

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “ตอนที่เห็นทะเลหมอก มันนให้ความรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มไปด้วยบรรยากาศอันแสนลึกลับ”

วิธีการเดินทาง : ตั้งอยู่กลางเขตฮอกไกโด ใช้เวลา 30 นาที โดยรถผ่านทางด้วยโนโบริเบทสึฮิงาชิ (Noboribetsuhigashi IC)

 

 

 

5. จังหวัดอาโอโมริ (Aomori Prefecture)

ชิรากามิ-จูนิโกะ  <ความลึกลับของบ่อน้ำสีโคบอลต์>

ชิรากามิ (Shirakami) เป็นชื่อของบริเวณกว้างใหญ่ที่ครอบคลุมจังหวัดอาโอโมริ ไปจนถึงจังหวัดอากิตะ และได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลก จากองกรค์ UNESCO

ส่วนคำว่า จูนิโกะ (Junico) เป็นชื่อเรียกบริเวณตีนเขาของภูเขาชิรากามิ ในฝั่งทะเลญี่ปุ่น จะมีทะเลสาบธรรมชาติที่ถูกล้อมรอบด้วยป่าของต้นบีช ทำให้ได้รับความรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้รับการบำบัดความเหนื่อยล้าออกไป ในแถบจูนิโกะนี่เอง มีบ่อน้ำมีสีโคบอลต์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง และยังสามารถชมใบไม้สีเขียวสดชื่นได้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนไปจนถึงหมดฤดูร้อน

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “ประทับใจในความสวยงามของบ่อน้ำสีฟ้ามาก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมาอีกครั้ง”

วิธีการเดินทาง : 2ชั่วโมงครึ่ง โดยรถ จากสนามบินอากิตะ (Akita Airport)

 

 

 

 

6. จังหวัดนากาโน (Nagano Prefecture)

บ่อน้ำมีชาไก <สวยงามดั่งภาพวาด!>

บ่อน้ำที่มีใสเหมือนกับกระจกที่มีเงาสะท้อนของต้นไม้รอบๆ ถึงแม้จะเห็นได้บ่อยๆตามพวกโฆษณา แต่ก็ไม่เท่ากับได้มาเห็นของจริงได้ด้วยตาของตนเอง ถ้าอยากจะไปแล้วเห็นบรรยากาศสวยงาม แนะนำให้ไปในตอนเช้าตรู่เลยค่ะ จะได้สัมผัสกับความเงียบที่เหมือนหยุดเวลาเอาไว้

บ่อน้ำแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1933 เพื่อการเกษตร แต่บ่อน้ำค่อนข้างมีความเป็นกรดอ่อน ทำให้มีจุลินทรีย์ในปริมาณน้อย และนั่นเป็นเหตุให้น้ำใสอยู่เสมอ

 

 Photographs by: 茅野市観光協会

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “ความสวยงามของทำธรรมชาติ  ทำให้มองจนวางตาไม่ได้”

วิธีการเดินทาง : ประมาณ 30 นาที โดยรถ ผ่านทางด่วนซุวะ (Suwa IC)

 

 

7. จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo Prefecture)

Photograph by: 淡路島観光協会

หิ่งห้อยทะเล เกาะอาวาจิ <ทิวทัศน์สีฟ้าดั่งอัญมณีในท้องทะเล>

ชายฝั่งอามัน ของเกาะอาวาจิ เราสามารถพบเจอกับหิ่งห้อยทะเล ในที่นี้ถ้าพูดถึงหิ่งห้อยก็ต้องนึกถึงหิ่งห้อยทั่วๆไป แต่ว่าหิ่งห้อยทะเลนั้น เป็นสัตว์น้ำที่มีขนาดเพียง 3 มม.เท่านั้นและสามารถเรืองแสงได้ เงื่อนไขในการเกิดคือเมือแหล่งน้ำบริสุทธิ์มีการไหลที่ช้าลง และเกิดคลื่นเบาๆ ก็จะทำให้เกิดปรากฎการณ์น่ามหัสจรรย์นี้ขึ้น

ในตัวของหิ่งห้อยทะเลนั้นมีสารชื่อ ลูซิเฟอริน(luciferin) ซึ่งทำให้เกิดแสงสีฟ้า เมื่อมารวมกันทำให้เกิดแสงสีฟ้าเป็นประกายอย่างที่เราเห็นกัน และสามารถมาชมได้ในช่วงเดือน เมษายน-กันยายน

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “แสงสีฟ้าสวยงามมากๆ”

วิธีการเดินทาง : ประมาณ 30 นาที โดยรถ จากทางด่วนสายเซอิดัน ไมฮาระ (Seidan Mihara IC)

 

 

 

8. จังหวัด โคจิ (Kochi Prefecture)

แม่น้ำชิมันโตะ  <ลำธารบริสุทธิ์แหล่งสุดท้ายในญี่ปุ่น>

แม่น้ำชิมันโตะไหลผ่านทางด้านตะวันตกของจังหวัดโคจิ มีความยาวทั้งหมด 196 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในแถบชิโกกุ และถูกเรียกในชื่อ ลำธารบริสุทธิ์แหล่งสุดท้าย ในญี่ปุ่น แม่น้ำมีความคดเคี้ยวไปมา และในระหว่างทางนั้นก็ได้รวบรวมแม่น้ำสายย่อยต่างๆเข้ามาด้วยกันหลายสาย ทำให้มีความหลายหลายมากมายในแม่นำ้สายนี้

ตลอดความยาวแม่น้ำชิมันโตะ มีสะพานข้ามแม่น้ำทั้งหมด 47 แห่ง สะพานที่ยาวที่สุดจะวางอยู่ในแนวตามกระแสน้ำและข้ามได้แค่ตอนที่น้ำระดับต่ำสุด นั่นหมายความว่าสะพานนี้ออกแบบให้อยู่ใต้น้ำเมื่อเกิดน้ำท่วมขึ้นนั่นเอง สะพานนี้มีชื่อว่า “โซดะ” และเพราะสร้างให้น้ำผ่านได้ จึงไม่มีราวกั้น ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติและภูเขาที่ล้อมรอบได้อย่างเต็มตา

 

Photographs by: 高知県提供

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “ชั้นชอบนั่งบนสะพาน แล้วสูดลมให้เต็มปอด!”

วิธีการเดินทาง : ประมาณ 30 นาทีโดยรถ จากทางด่วนสายเซอิดัน ไมฮาระ (Seidan Mihara IC)

 

 

 

9. ฮอกไกโด (Hokkaido)

ทะเลสาบมาชู <บ่อน้ำหรือทะเลสาบกันนะ? ทะเลสาบแอ่งภูเขาไฟที่โปร่งใสที่สุดในโลก>

ทะเลสาบแห่งนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อ 7000 ปีก่อน จากการเกิดระเบิดภูเขาไฟ ทะเลสาบแห่งนี้มีความน่าพิศวงคือระดับน้ำของที่นี่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย แม้ว่าจะไม่มีแม่น้ำไหลออกจากที่นี่เลยก็ตาม ความที่ทะเลสาบมีสีน้ำเงินเข้มยิ่งทำให้เพิ่มความน่าพิศวงและความประทับใจในการพบเห็นมากขึ้นไปอีก

หลังจากเดินผ่านยอดเขา เราจะพบกับวิวทะเลสาบปรากฏต่อหน้าเราทันที บริเวณรอบๆทะเลสาบจะไม่ให้นำรถหรือเรือเข้ามาโดยเด็ดขาด ดังนั้นเราสามารถชมธรรมชาติและอยู่กับความสงบของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่จากบริเวณจุดชมวิว

และเนื่องจากมันไม่มีแม่น้ำไหลออกไปจากทะเลสาบ ดังนั้นจะเรียกว่าทะเลสาบก็อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักการเท่าไหร่ ในทางทฤษฎีแล้ว เราก็ควรจะเรียกมันว่า บ่อน้ำ มากกว่า

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “สีฟ้าของทะเลสาบทำให้รู้สึกประทับใจจริงๆ”

วิธีการเดินทาง : จากสถานี มาชู (JR Mashu Station) ให้ขึ้นรสบัสสาย อะคัน พาโนรามา (Akan panorama course bus) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

 

 

 

10. จังหวัด กุนมะ (Gunma Prefecture)

น้ำตกฟุกิวาริ <น้ำตกไนแองการาแห่งเอเชีย>

น้ำตกฟุกิวาริ หรือไนแองการาแห่งเอเชียนั้น เป็นที่รับรู้กันว่าเป็นตัวแทนที่แสดงถึงธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ จากหมู่บ้านฟุกิวาริ (Fukiwari) โออิกามิออนเซ็น ขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ 3 กิโลเมตร จะพบน้ำตกที่ไหลผ่านเป็นแม่น้ำคาตาชินากาวา (Katashinagawa) น้ำตกแห่งนี้มีความกว้าง 30 เมตร สูง 7 เมตร หินบริเวณนั้นจะมีลักษณะเป็นรูปตัว V เนื่องจากการกร่อนของน้ำทีไหลผ่าน

ในหน้าร้อนจะพบวิวที่มีสีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า พร้อมทั้งความสดชื่นจากน้ำตก ทำให้ใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน

 

e590b9e589b2e381aee6bb9d_e5a381

เสียงจากนักท่องเที่ยว : “การเดินปีนเขารอบๆน้ำตกที่ปล่อยประจุลบออกมา ทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจเหมือนได้รีเฟรชตัวเองใหม่”

วิธีการเดินทาง : ประมาณ 40 นาที ระยะทาง 20 กิโลเมตรจากทางด่วน คันเนตสึโดว-นุมาตะ (Kannnetsudou Numata IC)

 

e590b9e589b2e381aee6bb9d2

 

และที่กล่าวไปทั้งหมดคือ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ท๊อปฮิตติดลมร้อนในญี่ปุ่น หวังว่าเราจะได้เป็นส่วนนึงที่สร้างแรงบันดาลใจในการเที่ยวญี่ปุ่นของทุกคนในครั้งนี้ด้วยนะคะ แล้วเจอกันใหม่ในฤดูหน้านะ ^_^

 

ถ้ามีปัญหา ต้องการสอบถามพูดคุย เรื่องการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น หรือ แม้กระทั่งตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแวะเข้ามาสอบถามพวกเราได้นะคะ

ที่ HIS ทุกสาขา ♥ ยินดีรับใช้บริการทุกท่านค่ะ ♥ ^_^

tic-banner-blog11copryrighttic_blog

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s