Tokyotravel

เที่ยวโตเกียว 5วัน ช่วงปีใหม่ ไปไหนบ้าง

เเนะนำกันตั้งเเต่ เริ่มจัดกระเป๋ากันเลย เชื่อว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน จะใส่เสื้อผ้าใส่ยังไง..เอาไรไปดี…อากาศที่โตเกียวช่วงปีใหม่เป็นยังไง บอกเลยหนาวถึงหนาวมากๆประมาณ 2-5 องศา เเละอากาศเเห้งด้วย จัดเต็มมาได้เลย อะไรที่เมืองไทยไม่ได้ใส่จะได้ใส่ก็งานนี้เเหละ.. Mix and Match กันมันเลย หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ เสื้อขนเป็ด พร้อมครีมทาตัว หรือใครเเลนดิ้งเเล้วจะช้อปปิ้งเลยก็ได้นะ ช่วงนี้ร้านค้ายังขายเสื้อผ้าหน้าหนาวอยู่จ้า..บางร้านอาจจะเริ่มมี Winter Sale ด้วย ส่วนเรื่องสีสันของเสื้อโค้ท คนโตเกียวจะเน้นโทนดำ เทา ครีม ขาว ใครกลัวหลงกะเพื่อนหรือกลัวหากันไม่เจอเเนะนำใส่ สีสันคัลเลอร์ฟูล เซล่าร์มูน มาเลย ไม่หลงกันชัวร์รับรองเที่ยวโตเกียวปีใหม่

มาเริ่มเเปลนเที่ยวโตเกียว ช่วงปีใหม่ กันดีกว่า (รีวิวยาวนิดนึง เเต่เที่ยวครบนะจ๊ะ)
วันเเรด เอ้ย วันเเรก…ณ ดินเเดนอาทิตย์อุทัย…ไปไหนดี
มาต่างบ้านต่างเมือง ไปไหว้พระขอพรกันก่อนดีกว่า ขอให้ถูกลอตโต้ญี่ปุ่น ปังปัง…ไม่ใช่ละ555 …ขอให้ท่านช่วยดูเเลเงินในกระเป๋าลูกช้างให้พอใช้ตลอดทั้งทริปด้วยเทอญ..ไปตั้งปฏิญาน ก่อนที่จะกิเลสเเตก ช้อปจนหมดเนื้อหมดตัว หุหุ..พูดเล่น หรืออาจจะจริงของใครหลายคน ฮ่าฮ่าฮ่า

วัด Sensouji 浅草寺 วัดโคมเเดง หรือวัดอาสะกุซะ สัญญลักษณ์ของเมืองโตเกียว ใครอยากขออะไรขอเลยวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์มากขอบอก

เส้นทางที่ประหยัดงบที่สุด  (ในกรณีที่อยู่ที่อุเอโน๊ะ เเละชินจูกุ)
ไปอะสากุซะยังไง

Asakusaเดินลอดโคมเเดง(ใต้โคมเเดงมีไม้เเกะสลักรูปมังกรอยู่อย่าลืมดูนะ) เข้าสู่ถนนนากามิเซะ ถนนที่เต็มไปด้วยของฝากของที่ระลึกเเบบญี่ปุ่นจ๋า น่ารักๆ เต็มไปหมด ของยั่วน้ำลายก็มี เยอะเลย ไอศกรีม Soft creamหลากหลายรส เเต่รสที่ว่าเด็ดคือรสมันหวาน, มันอัดเเท่ง, ซาลาเปาทอด, เซมเบ้ย่างกันให้เห็นเลย  เยอะเเยะไปหมด เลือกทานกันได้เลย

ไหว้พระเสร็จเเล้วต้องไปถ่ายรูปคู่ เเลนด์มาร์กซะหน่อย ก้อนสีเหลืองที่เค้าว่ากันว่าเป็นก้อน.. เเต่จริงๆเเล้วมันคือฟองเบียร์นะ  อยู่ข้างหอคอยเเห่งใหม่(โตเกียวสกายทรี)ที่สูงถึง 634 เมตรhanaviจากวัด สามารถเดินไปโตเกียวสกายทรีได้นะ ชมนก ชมไม้ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึง เเต่ใครอยากเซฟขาไว้เดินอีกหลายวันก็นั่งรถไฟใต้ดิน ไป 1 ป้าย (ประมาณ 180เยน) ที่โตเกียวสกายทรี มีร้านค้าให้ช้อปปิ้งมากมาย  รองเท้าโอนิสึกะ(ชั้น 3) กระเป๋าBaoBao(ชั้น 4) ร้านของเล่น ร้านเสื้อผ้าuniqlo, เสื้อผ้าแบรนด์ earth(ราคาถูกกว่าไทยเเน่นอนจ้า) เเละเเบรนด์ยอดนิยมของสาวๆญี่ปุ่นมากมาย ดิสนีย์สโตว์ เเว่นตาตัดเเสง โซนของกินก็มีนะ อยู่ทั้งวันก็เดินไม่หมด ทรัพย์ของท่านจะหมดซะก่อน  เวลาทำการ 10:00-21:00  ใครอยากดูปลาฉลาม ปลากระเบน ที่นี่ก็มีที่ Sumida Aquarium

kappabashimap

เเต่สำหรับคนที่รักการทำขนม เเละการทำอาหารไม่ควรพลาด ย่านคัปปะบะชิ ก็อยู่ใกล้ๆ เดินจากวัดไปประมาณ 10-15 นาที ย่านนี้จะขายอุปกรณ์เครื่องครัว อุปกรณ์ทำขนม พิมพ์น่ารักๆต่างๆ รวมไปถึงวัตถุดิบ เเละเเพกเกจขนม หรือใครอยากลองทำอาหารตัวอย่างจากเทียนไขก็ได้นะ มีครูคนญี่ปุ่นค่อยๆสอน (ทำตามครูเลย ไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่เป็นไร ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 เยน/คน ประมาณ 930บาท) ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ JapanHotNow

การเดินทาง หันหน้าเข้าโคมเเดงวัดอาสะกุซะ เเล้วให้เดินมาทางด้านซ้าย สุดถนนให้มองหาป้อมตำรวจเเล้วเดินเข้าไปถาม…ล้อเล่น เดินเข้าไปในซอยด้านข้างเลย เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะทะลุถนนย่านคัปปะบะชิ เลยอ่ะ

วันที่ 2 ตะลุยช้อปปิ้ง ย่านฮาราจุกุ โอโมเตซันโด กินของอร่อยราคาน่าคบที่ชินจุกุ 

สถานีฮาราจุกุไปไม่ยากเลยจ้า สถานีนี้อยู่ใน ลูปวงกลมเส้น JRยามาโนเตะ ไม่หลงเเน่นอน นั่งวนเป็นวงกลมเลย

นั่งรถไฟที่ญี่ปุ่น

สถานีฮาราจุกุ(原宿) มีทางออก 2 ทางออกนะ ถ้าออกมาเจอร้าน Gap จะเดินไปเเถบเส้นถนนโอโตเตะซันโดจะใกล้กว่า เเละใกล้ศาลเจ้าMeiji jingu  ใครจะเเวะไหว้พระก่อนช้อปปิ้งก็ได้นะ


harajukumap

เเต่ถ้าออกมาเจอ ถนนทาเคชิตะ ถนนที่วัยรุ่น เด็กมัธยมเยอะมาก มองเพลินเลยหนุ่มๆ…หุหุ
เราเน้นช้อปเนอะ เริ่มที่ ถนนทาเคชิตะ ก่อนเลย ถนนเส้นนี้จะขายสินค้า เครื่องประดับกุ๊กกิ๊กน่ารัก ชุดครอสเพย์ เสื้อผ้าคาวาอิ๊ ชุดชั้นในสีหวานๆ ถุงเท้าลายเเนวๆที่หาได้ที่นี่ที่เดียว ร้านรองเท้าบูทถูกมาก สินค้าคาเร็กเตอร์หลากหลายเเบรนด์ ร้านเครฟอร่อยๆ คาเฟ่Pompompurin ร้าน100เยน ก็อยู่ในถนนเส้นนี้ ใครมาครั้งเเรกเชื่อได้ว่าเดินช้อปไปได้เลยครึ่งวัน *ถนนเส้นนี้ร้านค้าจะทยอยปิดประมาณ 1ทุ่ม

หลังจากที่เดินทะลุถนนทาเคชิตะ จะเลี้ยวซ้าย หรือ เลี้ยวขวาดีหล่ะ ดูเเผนที่เลยละกัน ใครอยากไปร้านไหน

ถัดมาเดินเข้าเส้นถนนโอโมเตซันโด ก็มีให้ช้อปกันอีกยาวววว ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าOnitsuka Tiger ร้านของเล่น Kiddyland  สินค้าเเบรนด์เนมยี่ห้อต่างๆ ร้าน Apple Store กระเป๋า BaoBao

เเผนที่ฮาราจูกุ

เเวะพักทานของว่าง ที่คาเฟ่ดอกไม้ Aoyama Flower cafe บรรยากาศภายในร้านน่านั่งมากกกอยากนั่งสักครึ่งวัน โดยทีมของดอกไม้ในร้านจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไปกี่ครั้งก็ดอกไม้ก็ไม่ซ้ำกันเเน่นอน ไปได้บ่อยๆ555

หรือใครรักสัตว์จะเเวะพักที่คาเฟ่ น้องงูเขียว งูเหลือง งูหลาม งูลายทาง งูเล็ก งูใหญ่ มีหมดจ้า หรือ จะเอาเเบบน่ารักเเฮร์รี่พอตเตอร์ ก็ คาเฟ่นกฮูก ก็ได้นะ คาเฟ่ลูกค้าค่อนข้างเยอะ เเนะนำให้จองเวลาไว้ก่อนที่ Harajuku Tourist Information Center บริการจองร้านฟรี ไม่มีชาร์ต เเถมได้ที่นั่งเเน่นอน

หลังจาก(วินโด้)ช้อปปิ้งที่ฮาราจุกุหมดทุกร้านเเล้ว เราเปลี่ยนที่มา(วินโด้)ช้อปปิ้ง ที่ชินจูกุกันบ้าง นั่งรถไฟ สายยามาโนเตะ ไป 2 ป้าย ก็จะถึง ฮาราจุกุ (Harajuku 原宿)→โยโยหงิ (Yoyogi 代々木)→ชินจุกุ(Shinjuku 新宿)130เยน (ประมาณ 40บาท)

มาถึงเเล้วใครช้อปปิ้งเหนื่อย ท้องหิวเเละอยากพักขา..เราเเนะนำ ร้านอาหารซีฟู้ดปิ้งย่าง Isomarusuisan 磯丸水産 เปิดตลอด 24 ชั่วโมง อาหารทะเลสด ร้านมีหลากหลายสาขา กระจายอยู่ทุกมุมเมือง สาขาที่หาง่ายหน่อยที่ชินจุกุก็ เดินเข้าไปในซอยข้างๆดงกี้ (donquixote) ชินจุกุ ประมาณ 500 เมตร ร้านอยู่ขวามือเลยจ้า

เเผนที่ชินจูกุ

อาหารเเนะนำ มันปู ทานจิ้มกับข้าวปั้นร้อนๆ อร่อยสุดๆ

ตามด้วย ซาชิมิ ข้าวหน้าปลาดิบต่างๆ โอ้ยๆ ฟินๆ

อิ่มเเล้วถ้าใครอยากดูโชว์เเบบอลังการงานสร้าง สามารถไปดูได้ที่ ร้าน Robot Restaurant หรือใครอยากไปดูบ้านซามุไร ก็มีนะ เดินไม่ไกลจากร้านอาหาร

หรือถ้าใครอยากินเเบบปิ้งๆย่าง ยากินิคุ เนื้อชั้นเลิศ กุ้งหอยปูปลาตัวใหญ่ เเนะนำร้านนี้เลย Rokkasen คุณภาพคุ้มราคา เเต่คนเเน่นมากเเนะนำให้จองก่อนไปนะ

โดยสามารถจองผ่าน เเอพพลิเคชั่นTouch!Tokyo ได้ ฟรี สะดวกไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ทานเเน่นอน

ร่างเเทบพังกันเเล้วใช่มั้ย ถึงเวลากลับบ้าน…หรือใครอยากจะเปิดประสบการณ์ใหม่ เที่ยวสถานที่เลื่องชื่อของชาวสีม่วง ดูตามรูปเลย อิอิ จะโดนเซนเซอร์มั้ย ..หุหุ ใครสนใจหลังไมค์มาเลย (อยู่ชินจุกุ นิโจเมะ)

เที่ยวชินจูกุ

91172ชินจูกุเข้าสู่วันสุดท้ายของปี..คืนวันที่ 31 ธันวา  จะไปเคาท์ดาวน์ที่ไหนดี จะไปวัดหรือไปเเดนซ์เเบบ นอน สต็อป …เที่ยวโตเกียวช่วงปีใหม่เที่ยวโตเกียวช่วงปีใหม่

ก่อนเคาท์ดาวน์เราเเวะไปรปปงหงิ ชมงานศิลปะของดีไซน์เนอร์คนญี่่ปุ่น มุระคะมิ ทาคาชิ หนึ่งในศิลปินสมัยใหม่ชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในระดับสากล ที่ มิวเซียม โมริ อาร์ต **ไม่สามารถลงรูปได้เดี๋ยวโดนปรับค่าลิขสิทธิ์ จะไม่เหลือตังช้อปปิ้ง  ดูที่ลิงค์เลยนะ**

สถานที่: พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ  ชั้น 53 อาคารRoppongi Hills Mori Tower ที่อยู่ 6-10-1 Roppongi, Minato, Tokyo
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Hibiya มาลงที่สถานี Roppongi ทางออกหมายเลข 1C หรือ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Oedo มาลงที่สถานี Roppongi แล้วออกทางออกหมายเลข 3 เดินประมาณ 4 นาที
ระยะเวลาจัดเเสดง ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2015 – 6 มีนาคม 2016
ค่าเข้าชม: บุคคลทั่วไป 1,600 เยน, เด็กมัธยมและมหาวิทยาลัย 1,100 เยน, เด็กตั้งแต่ 4 ปีถึงชั้นประถม 600 เยน
ช่วงเวลาเปิด: 10:00 – 22:00 น. (วันอังคารปิดเวลา17:00 น.)

คืนเคาท์ดาวน์โดยส่วนมากคนญี่ปุ่นจะไป วัดหรือศาลเจ้าใกล้ๆบ้านเพื่อรับความเป็นสิริมงคล ทานโซบะทานก่อนเที่ยงคืน(โทชิโคชิโซบะ เพราะมีความเชื่อว่าจะมีอายุยืนยาวเหมือนเส้นโซบะ เเละมีความสุขยาวนานไปจนถึงปีหน้า) พอหลังเที่ยงคืนก็ทานโมจิ ทานกันรับปีใหม่เลย เเละเอาส้มตั้งไว้กลางบ้านเพื่อให้อยู่เย็นเป็นสุข เงินทองไหลมาเทมา ส่วนเราชาวต่างชาติไปไหนดีละ มาดูกันสถานที่เคาท์ดาวน์ สุดฮิตกันดีก่า
วัด Zojoji-ji Temple  มองจากวัดช่วงเคาท์ดาวน์ เราก็จะเห็นวิว ของโตเกียวทาวเวอร์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหลังไปด้วย (มีอาหารขายได้บรรยากาศเหมือนเทศกาลงานวัดเลย) เเละภายในวัดจะมีทำขนมโมจิ ให้ดูเเละจำหน่ายด้วย
การเดินทาง  ลงที่สถานีรถไฟ JR Hamamatsucho ทางออกทิศเหนือเดินตรงอย่างเดียวเลย เเต่คาดว่าวันนั้นใครๆก็ไปวัดอ่ะ เดินตามคนหมู่มากไปเลยจ้า

zojoji

วัด Meiji Shrine  เป็นศาลเจ้าที่คนไปขอพรมากที่สุดเลยก็ว่าได้
การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานีฮาราจุกุ หรือ สถานีรถไฟใต้ดิน Meiji-jingu-mae

วัด Senso-ji Temple วัดอาสะกุซะ
การเดินทาง ลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Asakusa

วัดนาริตะซัง วัดนี้เป็นวัดที่คนเดินทางไปเคาท์ดาวน์ช่วงปีใหม่เยอะเหมือนกัน วัดอยู่ใกล้สนามบินนาริตะ
การเดินทาง ลงที่สถานีรถไฟ Keisei Narita หรือ ลงที่สถานี JR Narita

รปปงหงิ เเหล่งรวมสถานบันเทิงยามค่ำคืน ร้านที่นี่ส่วนใหญ่จัดงานเคาท์ดาวน์ เเต่จะเสียค่าเข้าร้านเเละค่าเครื่องดื่มอยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000เยน (ประมาณ 600-1,700บาท) ค่าเครื่องดื่มบางที่ดริ้งกันไม่อั้น บางที่ก็ต้องจ่ายเพิ่ม
การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานี Roppongi

ห้าเเยกชิบุญ่า สถานที่ยอดนิยม ที่ใครๆก็อยากมาถ่าย Time-Lapse ช่วงเคาท์ดาวน์เนี่ยถ่ายไม่ได้นะจ๊ะ เพราะว่าคนเเน่นถนนเลยไม่มีที่ให้เดิน 555
การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานีShibuya

โอไดบะ ชมวิวที่อ่าวโตเกียว พร้อมวิวเรนโบว์บริท บางทีลมอาจจะเเรงนิดนึงใส่กันไปหนาๆนะเดี๋ญวจะทนหนาวกันไม่ถึงช่วงเคาท์ดาวน์
การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานี Odaiba-kaihinkoen

สวนสนุกดิสนีย์ คนล้นหลามมาก วันนี้ต้องรีบเข้าไปกันนิดนึงเพราะเค้าจำกัดคนเข้านะ ไปช้าอาจจะไม่ได้เข้านะ
การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานีMaihama

ข้อควรระวัง ช่วงวันที่ 31 ธันวาคมเเละ วันที่ 1 มกราคม ร้านอาหาร เเละร้านค้า ห้างสรรพสินค้าจะปิดบริการเร็วขึ้น หรือ ปิดทำการ (เค้าปล่อยให้ พนักงานไปเคาท์ดาวน์ เเละเตรียมตัวฉลองกับครอบครัว..สวัสดิการความสุขดีเนอะ)

กิจกรรม วันปีใหม่ ตามล่าซื้อ ถุงโชคดี Lucky Bag (福袋) 

ถุงโชคดี Lucky Bag (福袋)คือ ถุงที่ใส่สินค้าของร้านนั้นๆโดยในถุงมีสินค้าที่มีราคามากกว่าราคาที่ซื้อ ถุงโชคดี 10,000 เยน ของในถุงอาจจะมีราคาถึง 30,000 เยน เเต่ของในถุงเป็นอะไรก็ต้องลุ้นกันดู ใครชอบเเบรนด์ไหนก็เล็งไว้ รีบไปต่อคิวซื้อกันก่อน โดยปกติจะเริ่มวางขายกันวันที่ 1-3 มกราคมของทุกปี

มาดูคร่าวๆกันว่าที่ไหนเริ่มขายเริ่มถุงโชคดี วันไหนบ้าง
วันที่ 1มกราคม 2016
LUMINE Shinjuku, Biccamera, uniqlo etc.
วันที่ 2มกราคม 2016
Mitsukoshi Ginza, ห้างมารุอิ ชินจูกุ,Shibuya109, Apple(ของทุกปี ปีนี้ยังไม่ประกาศเลย)etc.
วันที่ 3มกราคม 2016
Isetan shinjuku etc.

ต้องมีงบเท่าไหร่มาดูกัน
เครื่องใช้ไฟฟ้า ราคาถุงLucky Bag ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 10,000-50,000เยน (ประมาณ 3,000-10,000บาท )
ร้านเสื้อผ้า – ราคาถุงLucky Bag ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 10,000-30,000เยน (ประมาณ 3,000-18,000บาท ) เเบรนด์เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะเริ่มทยอยขายกันตั้งเเต่กลางเดือนธันวาคม
ร้านกาเเฟนางเงือก ก็ฮิตไม่เเพ้กัน – ราคาถุงLucky Bag ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 3,000-5,000เยน (ประมาณ 1,000-1,500บาท)
เครื่องสำอางค์ น้ำหอม ร้านขายยา ราคาถุง Lucky Bag ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 1,000-10,000เยน (ประมาณ 300-3,500บาท)
เครื่องประดับ สินค้าคาเเรกเตอร์ต่างๆ ราคาถุง Lucky Bag ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 500-5,000เยน (ประมาณ 200-1,500บาท)

วันที่ สุดท้ายเงินหมด ไปเดินชมเมือง ชมบรรยากาศญี่ปุ่นๆ เเช่ออนเซนก่อนกลับเมืองไทยละกัน

เราขอเเนะนำ Oedo Onsen ออนเซนในตัวเมืองโตเกียว เเต่บรรยากาศเหมือนสมัยเอะโดเลย เข้าไปเเล้วสามารถอยู่ทำกิจกรรมได้ทั้งวัน จะเเช่ออนเซนกี่บ่อ เเช่เท้า เเช่ทั้งตัว เเช่น้ำเเร่เเช่น้ำนม นอนบนหินร้อน นวดเท้า นวดตัว หรือจะนั่งให้ปลาตอดเท้า ใครหิวข้าวภายในก็มีส่วนจำหน่ายอาหารให้เพื่อนได้เลือกทานกัน เเละมีบริการน้ำเปล่า เเละชาเขียวร้อน ฟรี ดื่มได้ตลอดเลย ครบวงจรสุดๆ จ่ายเงินครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน หลังจากจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยเค้าก็จะพาเราไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดยูกะตะ ให้เข้ากับบรรยากาศ จะได้อินเสมือนหลุดไปอยู่ในสมัยเอโดะ ผู้ชายผู้หญิงเปลี่ยนชุดเเยกห้องกันนะจ๊ะ555 เเล้วเดี๋ยวก็เดินมาเจอกัน สามารถปริ้นคูปองส่วนลดได้ที่ hiscoupon

*การบริการบางอย่างใน Oedo Onsen มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

วิธีการเดินทาง หรือดูเเบบละเอียด คลิ๊กที่นี่

วันนี้เเค่นี้ก่อนนะเขียนพร่ำเพ้อมายาวมากกกกกก..คนอ่านตาลายหมดละ..เเล้วไว้เจอกันนะ..ติดตามเค้าด้วยนะ

TIC banner blog1
รู้รอบเรื่องโตเกียว จองทัวร์ เช่าพ็อคเก็ตไวไฟ ติดต่อ Tokyo tourist information center ได้เลยจ้า เพียงส่งเมลล์มาที่ tic-tokyo@his-world.com รออยู่น้าาาาา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s